….หลับตา……

                    

                         เคยไหม?   ความรู้สึกที่อยากจะหลับตาลงแล้วไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นอีก ในการดำเนินชีวิตมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น แก้ปัญหาเดิมๆโดยหวังว่าสักวันมันจะดีขึ้น แต่แล้วกลับพบว่านับวันก็มีแต่เรื่องเดิมๆ ซ้ำวนเวียนอยู่ที่เก่า ทำให้เราเหนื่อยล้าและท้อถอย จนทำให้เกิดความรู้สึกไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไปด้วยการหลับตาลง อยากหลับตาอยู่อย่างนั้นต่อไปเรื่อยๆ   ซึ่งเรารู้ดีว่าเป็นการหนีปัญหามากว่าที่จะได้รับความสบายใจตอบแทนกลับมาจริงๆ แต่แค่เสี้ยววินาทีเล็กๆ เราก็ยังเกิดความรู้สึกอยากจะทำอย่างนั้นอีกอยู่ดี…

               ความรู้สึกของมนุษย์เป็นเรื่องที่แปลก บางครั้งคนที่เราคิดว่ารู้จักเค้าดีภายหลังกลับพบว่าจริงๆแล้วเราไม่ได้รู้จักเค้าเลยมากกว่า  แม้กระทั่งตัวของเราเองบางครั้งเราก็ไม่เข้าใจการกระทำของตัวเอง ถ้าเราไม่หยุดคิดอย่างมีเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่าง…
               
               เหมือนการอ่านหนังสือไหม?  ถ้าเรายังเปิดอ่านไม่ครบทุกหน้าก็คงไม่สามารถรู้ว่าหนังสือเขียนอะไรบ้าง แต่ก็อีกนั่นแหละถ้าอ่านอย่างผ่านๆก็ไม่สามารถเข้าใจว่าหนังสือต้องการบอกอะไรหรือไม่ก็แทบจะจำไม่ได้ว่าเขียนอะไรไว้บ้างเหมือนกัน แต่หนังสือบางเล่มยิ่งอ่านยิ่งสนุกอ่านได้ไม่มีเบื่อ ทุกๆครั้งที่อ่านจะได้ข้อคิดเพิ่มขึ้นมา ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่ฉุกคิด เรียกได้ว่ามีสิ่งน่าสนใจให้ค้นหาด้วยความสุขใจ แต่หนังสือบ้างเล่มคนเขียนพยายามซ่อนเรื่องราวเงื่อนไขเพื่อให้เราคลายปมมากเกินไปจนไม่ได้เป็นปมให้เราอยากติดตามแต่กลับกลายเป็นว่าเดาทางออกได้ง่ายๆ หรือบางครั้งคนเขียนก็ตั้งใจจะให้มันค้างอยู่แค่นั้น อาจเป็นวิธีการเขียนหรือไม่ก็เราเองที่อ่านไม่เข้าใจ ยิ่งอ่านยิ่งวนเวียน บางครั้งทำให้ท้อเนื่องจากกลัวว่าจะเสียเวลาทิ้งไปเฉยๆ ถ้าเราไม่เปลี่ยนไปอ่านหนังสือเล่มอื่น! แต่ในขณะเดียวกันคนอื่นๆอาจจะเห็นแตกต่างจากเรา "เพราะหนังสือก็มีเล่มที่เหมาะหรือไม่เหมาะกับตัวเรานั่นเอง" บางครั้งเราจึงต้องอ่านหนังสือบางเล่มที่ยากสำหรับเราแต่เมื่ออ่านจบแล้วสิ่งที่ค้นพบมีความหมายมากมายเทียบไม่ได้กับเวลาที่เสียไป นั่นคือสื่งที่เรียกว่า "คุณค่า"
                   
                  จริงๆแล้วก็เหมือนกับคนนะ คุณค่าของคนๆหนึ่ง ขึ้นอยู่กับการกระทำ พฤติกรรมที่แสดงออกไปในทางไหน ประกอบกับความเหมาะสมในการแสดงออก มโนภาพต่ออุปนิสัยและทัศนคติที่มีต่อคนๆหนึ่งมาจากความรู้สึกและความคาดหวังของตัวเราเอง   โดยมีเงื่อนไขคือเงื่อนปมแห่งเวลาเป็นตัวพิสูจน์ "คุณค่า" หรือค่าของคนๆนั้น แม้กระทั่งคุณค่าของตัวเราเอง ต่อจิตใจ
                  
                   เมื่อใดที่เราลีมคุณค่าของตัวเอง ความนับถือตัวเองต่ำลง เหมือนทุกครั้งที่เราจะไม่รู้สึกดีกับตัวเองหากเราต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า และพลาดโอกาสบางอย่างไปจนทำให้เราต้องเสียใจภายหลัง แต่นั่นไม่เพียงลืมนึกถึงคุณค่าของตัวเอง เรายังลืมคุณค่าของคนที่รักเราและคนที่เรารัก ส่งผลต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ทั้งๆที่เราไม่ได้อยากให้เกิดขึ้นเลย สัญญาณที่เตือนว่า อยากหลับตาลงอีกแล้ว………

 

This entry was posted in Essay. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s